หน่วยที่ 2: พลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน (Energy and Conservation of Energy)
พลังงานเป็นส่วนสำคัญของการดำรงชีวิตและการทำงานในโลกของเรา มันคือสิ่งที่ทำให้วัตถุสามารถทำงานได้ เช่น ทำให้รถเคลื่อนที่ หรือทำให้เรายกของขึ้นได้ พลังงานไม่สามารถถูกสร้างขึ้นหรือทำลายได้ แต่สามารถเปลี่ยนรูปแบบจากชนิดหนึ่งไปยังชนิดหนึ่งได้ เช่น พลังงานจากการเผาไหม้ของน้ำมันสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานกลในการขับเคลื่อนรถยนต์ หรือพลังงานแสงอาทิตย์สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า
ในหน่วยนี้ นักเรียนจะได้ศึกษาประเภทของพลังงานที่สำคัญ โดยเฉพาะพลังงานจลน์และพลังงานศักย์ ซึ่งเป็นประเภทของพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปมาระหว่างการเคลื่อนที่ของวัตถุและสถานะของวัตถุในแรงโน้มถ่วง
2.1 ประเภทของพลังงาน: พลังงานจลน์และพลังงานศักย์
พลังงานมีหลายประเภท แต่วัตถุที่เคลื่อนที่หรือตกลงจากที่สูงมีพลังงานอยู่สองประเภทหลัก คือ พลังงานจลน์ (Kinetic Energy) และพลังงานศักย์ (Potential Energy) ซึ่งทั้งสองสามารถเปลี่ยนไปมาระหว่างกันได้
พลังงานจลน์ (Kinetic Energy)
พลังงานจลน์คือพลังงานที่วัตถุมีในขณะที่มันกำลังเคลื่อนที่ โดยพลังงานนี้ขึ้นอยู่กับทั้งมวลและความเร็วของวัตถุ สูตรในการคำนวณพลังงานจลน์คือ:
ในสูตรนี้
พลังงานศักย์ (Potential Energy)
พลังงานศักย์คือพลังงานที่ถูกเก็บสะสมไว้ในวัตถุเมื่อมันถูกยกขึ้นที่สูงหรืออยู่ในสถานะที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ได้ พลังงานศักย์นี้ขึ้นอยู่กับมวลของวัตถุ ความสูงจากพื้นดิน และความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วง สูตรในการคำนวณพลังงานศักย์คือ:
ในสูตรนี้
พลังงานศักย์และพลังงานจลน์จะเปลี่ยนแปลงไปมาระหว่างกัน เมื่อวัตถุถูกยกขึ้น พลังงานศักย์จะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อวัตถุตกลง พลังงานศักย์จะลดลงและเปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์แทน
สรุป:
- พลังงานสามารถแบ่งเป็นหลายประเภท แต่ประเภทที่สำคัญที่สุดคือพลังงานจลน์และพลังงานศักย์
- พลังงานจลน์คือพลังงานที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของวัตถุ โดยมีสูตรคือ
- พลังงานศักย์คือพลังงานที่สะสมไว้ในวัตถุที่ถูกยกขึ้นจากพื้นดิน โดยมีสูตรคือ
- พลังงานทั้งสองชนิดนี้สามารถเปลี่ยนแปลงไปมาระหว่างกันได้ในระบบต่าง ๆ เช่น การตกของลูกบอล หรือการเคลื่อนที่ของรถ